<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม &#8211; ราชบัณฑิตยสภา</title>
	<atom:link href="https://royalsociety.go.th/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://royalsociety.go.th</link>
	<description>Royal Society of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Aug 2024 15:26:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-GB</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2025/10/cropped-logo-rst-1-Grayscale-150x150.jpg</url>
	<title>โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม &#8211; ราชบัณฑิตยสภา</title>
	<link>https://royalsociety.go.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์</title>
		<link>https://royalsociety.go.th/31-07-67/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jul 2024 17:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เสาวนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://royalsociety.go.th/?p=2235</guid>

					<description><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/08/Cover-rez-01-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />การบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๔ เรื่อง การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ ปัจจุบันการเกิดเหตุอาชญากรรมออนไลน์  เฉพาะที่ได้รับแจ้งผ่านการรับแจ้งความออนไลน์มีเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยอย่างน้อยวันละ ๑,๐๐๐ คดี &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; รูปแบบและวิวัฒนาการของการหลอกลวงมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีการสื่อสาร&#160; ในอดีตใช้รูปแบบการหลอกลวงแบบเผชิญหน้า ต่อมาพัฒนาเป็นการหลอกลวงผ่านการสื่อสารแบบมีสาย (โทรศัพท์บ้าน) ต่อด้วยการหลอกลวงแบบไร้สาย (โทรศัพท์เคลื่อนที่) เป็นลำดับ จนพัฒนาเป็นสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินหรือโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของธนาคาร ที่มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการก่อเหตุอาชญากรรม &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ประชาชนผู้เสียหายหรือผู้ถูกหลอกลวงทางอาชญากรรมออนไลน์เปรียบเสมือน “ปลา” ที่มิจฉาชีพใช้ “เหยื่อ” ก็คือกลอุบายต่าง ๆ มาหลอกล่อให้ปลากินเหยื่อและติดเบ็ด&#160; โดยใช้วิธีการสื่อสารที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ ส่งไปถึงประชาชนผู้เสียหายให้หลงเชื่อได้ทางประสาทสัมผัสทั้ง ๕ &#160;ที่สำคัญคือ ทางตา และทางหู โดยทางตา มิจฉาชีพจะทำให้เห็นว่าเป็นเอกสารจริง เช่น ทำหนังสือปลอม หมายเรียกปลอม หรือมีเจ้าหน้าที่จริง โดยแต่งตัวด้วยเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ ส่วนทางหู &#160;มิจฉาชีพจะทำเสียงรอบข้างให้เหมือนจริง เช่น เสียงวิทยุตำรวจ&#160; เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศว่ากำลังสนทนากับตำรวจจริง ซึ่งทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และหลงเชื่อได้ง่าย&#160; เรียกรวมวิธีการเหล่านี้ว่า “กับดักการตลาด” &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ธุรกิจและสิ่งของทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้&#160; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/08/Cover-rez-01-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />
<p id="block-7d0e2e55-49d6-4bae-acdb-faebd6c69427">การบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตย<a href="https://youtu.be/m2TET8bn79s">สภานำความรู้สู่สังคม</a>ครั้งที่ ๔ เรื่อง การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/4hEenzuauXc?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ปัจจุบันการเกิดเหตุอาชญากรรมออนไลน์  เฉพาะที่ได้รับแจ้งผ่านการรับแจ้งความออนไลน์มีเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยอย่างน้อยวันละ ๑,๐๐๐ คดี</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; รูปแบบและวิวัฒนาการของการหลอกลวงมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีการสื่อสาร&nbsp; ในอดีตใช้รูปแบบการหลอกลวงแบบเผชิญหน้า ต่อมาพัฒนาเป็นการหลอกลวงผ่านการสื่อสารแบบมีสาย (โทรศัพท์บ้าน) ต่อด้วยการหลอกลวงแบบไร้สาย (โทรศัพท์เคลื่อนที่) เป็นลำดับ จนพัฒนาเป็นสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินหรือโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของธนาคาร ที่มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการก่อเหตุอาชญากรรม</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประชาชนผู้เสียหายหรือผู้ถูกหลอกลวงทางอาชญากรรมออนไลน์เปรียบเสมือน “ปลา” ที่มิจฉาชีพใช้ “เหยื่อ” ก็คือกลอุบายต่าง ๆ มาหลอกล่อให้ปลากินเหยื่อและติดเบ็ด&nbsp; โดยใช้วิธีการสื่อสารที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ ส่งไปถึงประชาชนผู้เสียหายให้หลงเชื่อได้ทางประสาทสัมผัสทั้ง ๕ &nbsp;ที่สำคัญคือ ทางตา และทางหู โดยทางตา มิจฉาชีพจะทำให้เห็นว่าเป็นเอกสารจริง เช่น ทำหนังสือปลอม หมายเรียกปลอม หรือมีเจ้าหน้าที่จริง โดยแต่งตัวด้วยเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ ส่วนทางหู &nbsp;มิจฉาชีพจะทำเสียงรอบข้างให้เหมือนจริง เช่น เสียงวิทยุตำรวจ&nbsp; เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศว่ากำลังสนทนากับตำรวจจริง ซึ่งทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และหลงเชื่อได้ง่าย&nbsp; เรียกรวมวิธีการเหล่านี้ว่า “กับดักการตลาด”</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ธุรกิจและสิ่งของทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้&nbsp; เกิดขึ้นจากความกลัวของมนุษย์ รวมถึงการหลอกลวงของมิจฉาชีพด้วย&nbsp; เช่น หลอดไฟ มนุษย์สร้างขึ้นเพราะ “กลัวความมืด” รถยนต์ สร้างขึ้นเพราะ “กลัวไม่สะดวก”&nbsp; แอร์ สร้างขึ้นเพราะ “กลัวความร้อน”&nbsp; เช่นกันมิจฉาชีพจึงใช้ความกลัวของมนุษย์นี้มาดำเนินอาชญากรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีหลอกให้รัก หรือโรแมนซ์สแกม &nbsp;ผู้เสียหายโอนเงินให้มิจฉาชีพเพราะ “กลัวไม่รัก” หรือ “กลัวไม่ได้สิ่งของที่มิจฉาชีพแอบอ้างว่าส่งมาให้”&nbsp; เช่นเดียวกับคดีหลอกขายสินค้า &nbsp;ผู้เสียหายโอนเงินให้มิจฉาชีพเพราะ “กลัวไม่ได้สินค้าหรือของ” &nbsp;หรือคดีหลอกให้กู้เงิน ผู้เสียหายโอนเงินก็เพราะ “กลัวไม่ได้รับอนุมัติให้กู้เงิน” รวมถึงคดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ว่าพัวพันกับคดียาเสพติดหรือฟอกเงิน ที่ผู้เสียหายโอนเงินก็เพราะ “กลัวถูกดำเนินคดี” เป็นต้น&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>กิจกรรมหรืออาชญากรรมเหล่านี้เรียกรวมว่า “ธุรกิจค้าความกลัว” ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ได้ด้วยตนเอง  วิธีป้องกันนี้ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า  หลักกาลามสูตร ๑๐ ประการ  สรุปคือ  อย่าเชื่อในสิ่งต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเรื่องใด  ให้มีสติสัมปชัญญะและใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่จะเชื่อ นอกจากจะมีสติสัมปชัญญะแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวเรานั้นมีภูมิคุ้มกันหรือไม่ ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ป้องกันและดำเนินการเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมออนไลน์ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Cyber Check ที่ใช้ในระบบแอนดรอยด์  เพื่อตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัญชี และข้อความแบบอัตโนมัติ  เสมือนการส่งสัญญาณควันของชาวอินเดียนแดง บอกให้ผู้คนที่ใช้แอปพลิเคชันนี้ ให้ทราบว่า หมายเลขบัญชีโทรศัพท์ หรือข้อความใด ที่ไม่ปลอดภัยหรือได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว  เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนตกเป็นผู้เสียหาย เพราะหากคนร้ายได้รับเงินโอนจากผู้เสียหาย โดยกระบวนโอนเงินรวดเร็วและใช้เวลาเพียงกี่นาที เปรียบเหมือนคนร้ายนั้นขับเครื่องบิน  แต่การไล่ติดตามเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการติดตามและสืบหา เปรียบเหมือนเจ้าหน้าที่ขี่จักรยาน  จึงไม่มีทางที่เราจะขี่จักรยานไล่ตามเครื่องบินได้ทัน ฉะนั้นเราจึงควรระมัดระวังมนุษย์ด้วยกัน เพราะมนุษย์เป็นสัตว์โลกเพียงชนิดเดียวที่มีเจตนาที่ ๒ และเจตนาที่ ๓ ทั้งนี้ หากสามารถจัดให้มีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา  เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้การเอาตัวรอดเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม หรือทดแทนจากวิชาดำรงชีพในป่า (หุงข้าว ทำกับข้าว) ที่สอนในวิชาลูกเสือและเนตรนารี  เป็น “วิชาดำรงชีพบนโลกออนไลน์” ก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ถูกหลอกได้ง่ายในอาชญากรรมออนไลน์ได้</p>



<p class="has-text-align-right"><strong>พ.ต.ท.ประวิทย์&nbsp; วงษ์เกษม</strong><strong><br>ผู้บรรยาย</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า</title>
		<link>https://royalsociety.go.th/24-6-67/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 16:40:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เสาวนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://royalsociety.go.th/?p=2015</guid>

					<description><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/Screenshot-2024-06-27-234601-150x150.png" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />การบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า โดย ศ. ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ภาคีสมาชิก สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการบรรยายได้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom และ Facebook Live สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น.-๑๒.๐๐ น. บทคัดย่อ ท่องเที่ยว : อานิสงส์ถ้วนหน้า นำเสนอในการประชุมภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ มิ่งสรรพ์&#160; ขาวสอาดภาคีราชบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง หลังจากโควิด ๑๙ สงบลงและเศรษฐกิจโลกเริ่มขยายตัว ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยก็กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยตัวเดียวที่ทำงานอยู่อย่างเข้มแข็ง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมแสดงอาการอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/Screenshot-2024-06-27-234601-150x150.png" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />
<p>การบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า</p>



<p>ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า โดย ศ. ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ภาคีสมาชิก สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการบรรยายได้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom และ Facebook Live สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น.-๑๒.๐๐ น.</p>



<iframe loading="lazy" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&#038;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FRatchabanditThai%2Fvideos%2F399523355797604%2F&#038;show_text=false&#038;width=560&#038;t=0" width="560" height="314" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share" allowFullScreen="true"></iframe>



<div data-wp-interactive="core/file" class="wp-block-file"><object data-wp-bind--hidden="!state.hasPdfPreview" hidden class="wp-block-file__embed" data="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/07/00004172.pdf" type="application/pdf" style="width:100%;height:600px" aria-label="Embed of 00004172."></object><a id="wp-block-file--media-5970fd51-3a62-4cac-8798-6b457b7151c7" href="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/07/00004172.pdf">00004172</a><a href="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/07/00004172.pdf" class="wp-block-file__button wp-element-button" download aria-describedby="wp-block-file--media-5970fd51-3a62-4cac-8798-6b457b7151c7">Download</a></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="has-text-align-center"><strong>บทคัดย่อ</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>ท่องเที่ยว : อานิสงส์ถ้วนหน้า</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>นำเสนอในการประชุมภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ครั้งที่ </strong>๓</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗</strong></p>



<p class="has-text-align-right">มิ่งสรรพ์&nbsp; ขาวสอาด<br>ภาคีราชบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์<br>สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง</p>



<p>หลังจากโควิด ๑๙ สงบลงและเศรษฐกิจโลกเริ่มขยายตัว ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยก็กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยตัวเดียวที่ทำงานอยู่อย่างเข้มแข็ง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมแสดงอาการอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ และภาคเกษตรก็ประสบกับภัยธรรมชาติ การศึกษาสถิติการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวพบว่า รายได้ของไทยฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในขณะที่ประเทศท่องเที่ยวหลักมีอัตราการฟื้นตัวอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๗๐ &#8211; ๘๐ ของผู้มาเยือนก่อนโควิด ๑๙ การระบาดนักท่องเที่ยวที่มาไทยในปี ๒๕๖๕ ก็ได้เพียง ๑ ใน ๔ ของจำนวนผู้มาเยือนก่อนหน้านั้น และในปี ๒๕๖๖ ซึ่งเครื่องยนต์ท่องเที่ยวในประเทศอื่นเดินเต็มที่แล้วผู้มาเยือนไทยก็ยังอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๗๐ ในปี ๒๕๖๕ &nbsp;</p>



<p>สาเหตุที่การท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวช้าส่วนหนึ่งเกิดจากการท่องเที่ยวของไทยการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน &nbsp;(leisure tourism) มากกว่าการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (business tourism) ซึ่งฟื้นตัวเร็วกว่าและนักท่องเที่ยวที่เป็นนักธุรกิจใช้เงินสำหรับเดินทางและท่องเที่ยวต่อหัวสูงกว่ามาก เพราะเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท อีกทั้งต่างชาติก็ได้ดำเนินการถอนการลงทุนในเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไทยประมาณร้อยละ ๕๐ เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งเมื่อมาเที่ยวซ้ำซึ่งการใช้จ่ายมักจะต่ำกว่าการมาเที่ยวครั้งแรก เพราะมีประสบการณ์ในการเดินทางมาประเทศไทยแล้ว อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวไทยก็เป็นสิ่งดึงดูดใจประเภทกระจุ๋มกระจิ๋มไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอัศจรรย์บรรลือโลก (world wonders) ประเทศไทยจึงเป็นจุดเชื่อม (connecting hub) ไปสู่แรงดึงดูดใจระดับโลก เช่น นครวัดนครธม ของกัมพูชา หรือเมืองพุกามในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งก็หมายความว่าจำนวนวันพักจะในประเทศไม่สูงนัก</p>



<p>หลังจากโควิด ๑๙ สงบลงพบว่า ลำดับที่ของไทยในโลกที่ประกาศโดย WEF ลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีย่อยและตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐ เช่น หลักนิติธรรม ความเชื่อมั่นต่อตำรวจ มลพิษและสิ่งแวดล้อมมีลำดับต่ำมาก อีกทั้งการลงทุนต่อหัวในภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวก็ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ รอบข้าง โดยเฉพาะอินโดนีเซียซึ่งลำดับเคยอยู่ข้างหลังเราบัดนี้ก็ได้แซงหน้าไปแล้ว การท่องเที่ยวไทยที่ดูเผิน ๆ ว่าเหมือนจะเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ดีกลับมีสนิมในโครงสร้างที่สร้างความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจท่องเที่ยวในระยะยาว สาเหตุก็เนื่องมาจากนโยบายท่องเที่ยวของไทยที่มุ่งกระตุ้นดีมานด์ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและในประเทศเป็นส่วนใหญ่ &nbsp;ละเลยการพัฒนาคุณภาพของซัพพลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เข้าใจว่าการท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่มีองค์ประกอบของสินค้าสาธารณะซึ่งรัฐต้องเป็นผู้จัดการ เมื่อการจัดการสินค้าสาธารณะมีคุณภาพต่ำลง สินค้าท่องเที่ยวโดยรวมก็มีคุณภาพต่ำลงด้วย ดังที่ปรากฏแก่สายตาโลกผ่านตัวชี้วัดที่กล่าวมาแล้ว ดังนั้น นโยบายการท่องเที่ยวจึงไม่ใช่แค่การตลาดเพื่อกระตุ้นดีมานด์ แต่ต้องปฏิรูปราชการทั้งระบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบยุติธรรม อีกทั้งการโปรโมทเมืองหลักเมืองรองก็ต้องเป็นไปในทำนองเดียวกัน ต้องใช้นโยบายท่องเที่ยวให้เหมาะสมโดยให้เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวหนาแน่นและกระตุ้นด้านปริมาณหรือดีมานด์เฉพาะในจังหวัดที่ยังมีกำลังรองรับเหลือเฟือจึงจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทย การปล่อยให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยไม่ดูความสามารถในการรับการรองรับจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม จนในที่สุดแล้วเราก็อาจจะไม่สามารถรักษามรดกของชาติและส่งต่อไปยังลูกหลานได้ในระดับคุณภาพเดียวกับที่เราเคยได้รับมา ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืน</p>



<p>นอกจากนี้การท่องเที่ยวไทยยังมีจุดอ่อนที่สำคัญคือ มีความเหลื่อมล้ำสูง สร้างอานิสงส์ไม่ถ้วนหน้า เป็นที่รู้กันว่าเฉพาะ กทม. ในปี ๒๕๖๖ ก็มีรายได้จากการท่องเที่ยวไปถึงร้อยละ ๓๔ แล้วถ้าบวกอีก ๕ จังหวัดถัดมาก็จะมีเพียง ๖ จังหวัดในประเทศไทยเท่านั้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวถึงร้อยละ ๗๔ และเมื่อบวกไปอีก ๔ จังหวัดหมายความว่า จะมี ๑๐ จังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึงกว่าร้อยละ ๘๐ ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศ ค่าจินี่ที่วัดความเหลื่อมล้ำของรายได้จากการท่องเที่ยวในระดับจังหวัดจากค่ารายได้จากการท่องเที่ยวก็สูงมาก งานวิจัยในอดีตเคยระบุจะเสนอว่าต่อทุก ๆ บาทของรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ครัวเรือนยากจนจะมีส่วนได้เพียง ๓ สตางค์ในขณะที่ครัวเรือนที่รวยที่สุดจะได้ถึง ๓๙ สตางค์</p>



<p>นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทยยังมีความท้าทายอื่น ๆ คือ เราพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศค่อนข้างสูง ในปี ๒๕๖๒ ถ้าไม่นับประเทศประเภทเกาะแล้วเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยเทียบกับประเทศท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น สเปน ฝรั่งเศส ตุรกี พบว่า ไทยพึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงที่สุดในโลก และแนวโน้มนี้ยังคงไม่หมดไปเพราะยังพึ่งพิงนักท่องเที่ยวจีนอยู่ในลำดับสูง ในระดับจังหวัดก็เช่นเดียวกันมีหลาย ๆ จังหวัดโดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันซึ่งมีการพึ่งพิงเศรษฐกิจท่องเที่ยวสูงมาก จนทำให้ฐานเศรษฐกิจแคบกลายเป็นเศรษฐกิจเสาเดี่ยวหรือเศรษฐกิจแบบศาลพระภูมิที่มีความเปราะบางและมีความเสี่ยงสูง</p>



<p>&nbsp;อีกทั้งการจัดการการท่องเที่ยวของภาคเอกชนก็ยังเป็นการจัดการท่องเที่ยวแบบมวลชนในขณะที่ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างไปจากเดิม ความต้องการใช้บริการบริษัททัวร์ที่เสนอแพ็คเกจมาตรฐานน้อยลง แสวงหาประสบการณ์เฉพาะกลุ่ม เฉพาะตัว และมีจิตสำนึกรักษาโลกมากขึ้น ทั้งหมดนี้หมายความว่าภาคท่องเที่ยวของไทยต้องการตลาดแบบยุคใหม่ สร้างแพลตฟอร์มให้แต่ละกลุ่มซึ่งมีบุคลักษณ์ต่างกันเพื่อให้สามารถผสมแพ็คเกจของตนเองจากกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่หลากหลาย</p>



<p>โลกท่องเที่ยวในอนาคตเป็นโลกของเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจไร้เงินสด เศรษฐกิจไร้สัมผัส เศรษฐกิจของความน่าเชื่อ และเศรษฐกิจแบ่งปัน ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิด วิธีนำเสนอ การวิจัยและพัฒนาตลอดจนนโยบายสาธารณะ</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวก็ต้องเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวที่มองแค่ ๒ มิติคือเส้นทางท่องเที่ยวจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งเป็นระนาบ เช่น มองเมืองท่องเที่ยว และอีโคซิสเต็มส์ของจุดหมายปลายทาง จะต้องเปลี่ยนมุมมองท่องเที่ยวให้เป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่ใช้ข้อมูล เกิดดิจิทัลภิวัตน์ในทุกส่วนของห่วงโซ่มูลค่าและเส้นทางของผู้บริโภค ใช้ทรัพยากรท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และใช้ ซอฟพาวเวอร์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เช่นนี้แล้วเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยถึงจะยั่งยืนและสามารถกระจายอานิสงส์ได้ถ้วนหน้า</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราชบัณฑิตยสภาบรรยายให้ความรู้เพื่อเตรียมพร้อมการรับมือกับ AI</title>
		<link>https://royalsociety.go.th/ai-18-5-2567/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 May 2024 17:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เสาวนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สุรพล อิสรไกรศีล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://royalsociety.go.th/?p=1918</guid>

					<description><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ระหว่างเวลา ๑๓.๓๐-๑๕.๓๐ น. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม และร่วมฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “เมื่อ AI ครองโลก มนุษย์จะอยู่อย่างไร ?“ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (School of Integrated Innovation, Chulalongkorn University) เป็นวิทยากรบรรยาย ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี ๖๐ พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายครั้งนี้ ณ ห้อง CSII Digital Auditorium ภายในอาคารรวมทั้งมีการรับฟังผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ Zoom Cloud Meeting และ ผ่าน Facebook ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />
<p>วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ระหว่างเวลา ๑๓.๓๐-๑๕.๓๐ น. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม และร่วมฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “เมื่อ AI ครองโลก มนุษย์จะอยู่อย่างไร ?“ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (School of Integrated Innovation, Chulalongkorn University) เป็นวิทยากรบรรยาย ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี ๖๐ พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายครั้งนี้ ณ ห้อง CSII Digital Auditorium ภายในอาคารรวมทั้งมีการรับฟังผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ Zoom Cloud Meeting และ ผ่าน Facebook ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ด้วย</p>



<p>อนึ่ง ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทในวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์มากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มีผลกระทบกับมนุษย์โดยตรง หากประชาชนได้รับความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ AI ก็จะสามารถเตรียมพร้อมและรับมือกับการเข้ามาของ AI ได้ ดังนั้น ราชบัณฑิตยสภาจึงได้นำความรู้เรื่องดังกล่าวมาบรรยายให้ความรู้ภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ซึ่งราชบัณฑิตยสภาได้จัดขึ้นเพื่อนำองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ของราชบัณฑิตยสภาที่มีและได้พัฒนาขึ้น ตลอดจนการที่ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกนำความรู้ต่างๆ ออกไปเผยแพร่ให้สาธารณชนได้มีความรู้ความเข้าใจและนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับการพัฒนาชีวิตของตนเองให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="has-text-align-center"><strong><a href="#contentai" data-type="internal" data-id="#contentai">เนื้อหาการบรรยาย</a></strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" data-id="1919" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441588263_858461356306883_3962602112273998899_n-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-1919" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441588263_858461356306883_3962602112273998899_n-1024x576.jpg 1024w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441588263_858461356306883_3962602112273998899_n-300x169.jpg 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441588263_858461356306883_3962602112273998899_n-768x432.jpg 768w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441588263_858461356306883_3962602112273998899_n-1536x864.jpg 1536w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441588263_858461356306883_3962602112273998899_n.jpg 1706w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="684" data-id="1921" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-1921" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n-1024x684.jpg 1024w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n-300x201.jpg 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n-768x513.jpg 768w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n-1536x1027.jpg 1536w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n-272x182.jpg 272w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441576100_858461342973551_4206070105053215238_n.jpg 1565w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="684" data-id="1920" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-1920" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n-1024x684.jpg 1024w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n-300x201.jpg 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n-768x513.jpg 768w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n-1536x1027.jpg 1536w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n-272x182.jpg 272w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441600336_858461372973548_5616239937299012876_n.jpg 1565w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="684" data-id="1924" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-1924" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-1024x684.jpg 1024w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-300x201.jpg 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-768x513.jpg 768w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-1536x1027.jpg 1536w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n-272x182.jpg 272w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441577494_858460706306948_4339880625701038182_n.jpg 1565w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="684" data-id="1922" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-1922" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n-1024x684.jpg 1024w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n-300x201.jpg 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n-768x513.jpg 768w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n-1536x1027.jpg 1536w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n-272x182.jpg 272w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/441640495_858460716306947_594681007780025310_n.jpg 1565w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="536" data-id="1923" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/444482531_860959316057087_1598216391327590941_n-1024x536.jpg" alt="" class="wp-image-1923" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/444482531_860959316057087_1598216391327590941_n-1024x536.jpg 1024w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/444482531_860959316057087_1598216391327590941_n-300x157.jpg 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/444482531_860959316057087_1598216391327590941_n-768x402.jpg 768w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/444482531_860959316057087_1598216391327590941_n-360x189.jpg 360w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/444482531_860959316057087_1598216391327590941_n.jpg 1126w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading" id="contentai">การบรรยายในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม เมื่อเอไอครองโลก มนุษย์จะอยู่อย่างไร</h3>



<p>การบรรยายในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ศาสตราจารย์ ดร. วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต ได้นำเสนอภาพรวมที่น่าสนใจของความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผลกระทบทั้งทางบวกและลบ ที่จะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางต่อสังคมมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้ การบรรยายมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้สังคมไทยได้ตระหนักรู้และมีความเข้าใจอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับ เอไอ ซึ่งมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนของสังคมในอนาคตอันไม่ไกลนักของมนุษยชาติ</p>



<p><strong>ตอนที่ 1 : การประชาภิวัตน์ของเอไอเชิงสร้างสรรค์ (Democratization of AI)</strong></p>



<p>การบรรยายได้เริ่มโดยการพูดถึงแนวโน้มใหญ่แห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Megatrends) โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นผลสะสมจากกิจกรรมมนุษย์ตั้งแต่สมัยการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา เช่น ปรากฏการณ์โลกร้อน การทรุดโทรมของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ และมีผลที่คาดการณ์ได้ กับการเปลี่ยนแปลงของโลกอีกประเภท ที่เป็นผลจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Exponential Growth) ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเอไอ ซึ่งมีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอารยธรรมของมนุษยชาติโดยสิ้นเชิง ดังนั้น จึงมีความสำคัญมากสำหรับประชากรไทยที่จะได้ตระหนักถึงพัฒนาการเอไอนี้ เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ ซึ่งเรียกว่า &#8220;ความไม่รู้อันเป็นปริศนา (Unknown Unknowns)&#8221;</p>



<p>ต่อมา ผู้บรรยายอธิบายถึงปรากฏการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) ของเอไอ โดยเปรียบเทียบกับหลักการเติบโตของดอกเบี้ยทบต้น โดยทุก ๆ เทคโนโลยีที่เกิดใหม่ จะทบต้นเพื่อสร้างดอกผลเป็นเทคโนโลยีใหม่กว่าเพิ่มขึ้นอีก โดยอาศัยพลังประมวลผลของชิปคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลงอย่างก้าวกระโดด ช่วยให้การเรียนรู้และการประมวลผลของเอไอมีความรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งในที่สุด จะมีความฉลาดเหนือกว่ามนุษย์อย่างเทียบกันไม่ได้</p>



<p>ผู้บรรยายได้เสนอแนวคิด &#8220;ภาวะเอกฐาน (Singularity)&#8221; ที่จุดประกายโดยนักอนาคตวิทยาชื่อดังอย่าง Dr. Ray Kurzweil ผู้ทำนายว่าเอไอจะมีปัญญาเหนือมนุษย์ในเร็ว ๆ นี้ และภายในปี 2045 เอไอจะก้าวกระโดดเข้าใกล้ภาวะเอกฐาน ที่ปัญญาของเอไอจะสูงในระดับเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้</p>



<p>การเปิดตัวของเอไอเชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ให้ผู้บริโภคใช้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 ทำให้เอไอได้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 100 ล้านคนภายในเวลาเพียง 2 เดือน ผู้บรรยายได้สาธิตการใช้งาน เพื่อให้ผู้ฟังมองเห็นศักยภาพของเอไอในการสร้างเนื้อหา เช่น ข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ โดยใช้แพลตฟอร์มอย่าง ChatGPT, Claude, Gemini, Midjourney, Suno และ Sora ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน และสื่อให้เห็นว่า ในเบื้องต้น Generative AI สามารถทำงานทดแทนศิลปินและนักเขียนได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่สุด คือ การที่ Generative AI ที่ชื่อ Sora สามารถจินตนาการสร้างภาพยนตร์ตามคำสั่ง ซึ่งออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวที่ทุกอย่างสอดคล้องกับทฤษฎีฟิสิคส์อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ จนนักวิทยาศาสตร์เองออกปากว่า เอไอสามารถเรียนรู้ที่จะจำลองโลกแห่งความเป็นจริงทางกายภาพได้แล้ว</p>



<p>นอกจากนี้ ผู้บรรยายได้อ้างคำคมของ Dr. Andrew Ng แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ได้เปรียบศักยภาพของ Generative AI ที่อีกไม่นานจะเข้าถึงประชาชนผู้ใช้ทั่วโลก และจะปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษยชาติอย่างก้าวกระโดด เทียบได้กับการประชาภิวัตน์ของไฟฟ้าเมื่อหนึ่งศตวรรษที่แล้ว ที่ทำให้ไฟฟ้ากลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน</p>



<p>ตอนที่หนึ่งของการบรรยายมีจุดประสงค์เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเอไอจะได้ทำความเข้าใจในการใช้เครื่องมือเอไอที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเข้าใจเส้นทางที่ทำให้เอไอมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยในสังคมมนุษย์ ในตอนต่อไป เราจะมาพิจารณากันว่า เอไอกำลังจะวิวัฒนาการอย่างไร ในการเดินทางสู่การมีอำนาจเหนือมนุษย์</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="When AI Rules the World, How do Humans Live (Part 1)" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/8PtbUuzNdWk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><strong>ตอนที่ 2: เส้นทาง AI สู่การครองโลก (AI&#8217;s Evolution Towards World Domination)</strong></p>



<p>ในตอนที่ 2 ของการบรรยาย ผู้บรรยายได้เริ่มโดยการยกกรณี ChatGPT-4o (o = omni) ซึ่งเป็นโมเดลเอไอใหม่ของ OpenAI ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสามารถเพิ่มขึ้นจนผู้เชี่ยวชาญหลายคน เชื่อว่า เรากำลังเข้าไกล้เอไอที่มีความสามารถหลากหลายเทียบเท่ามนุษย์ ที่เรียกกันว่า Artificial General Intelligence (AGI) สำหรับโมเด็ลตัวใหม่ที่ชื่อ ChatGPT-4o นี้ มีความสามารถมองเห็นโลกผ่านกล้องมือถือผู้ใช้งาน และฟังเสียงได้ พูดได้ โดยตอบสนองด้วยความเร็วเทียบเท่ามนุษย์ จากตัวอย่างที่ใช้สาธิต เอไอสามารถเรียนรู้ แสดงอารมณ์และจริตในการสนทนา เหมือนหนึ่งเป็นมนุษย์ ดังนั้นผู้ใช้งานจะรู้สึกเหมือนกำลังคุยโต้ตอบกับเพื่อนคู่สนทนา การเปิดตัว ChatGPT4o ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ในอนาคตมนุษย์จำนวนมากจะมีเอไอเป็นเพื่อนคู่คิดประจำตัว และทำให้มนุษย์แต่งงานน้อยลง</p>



<p>พัฒนาการของเอไอแบ่งออกเป็น 3 ระยะ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>Artificial Narrow Intelligence (ANI) เป็นเอไอที่ได้รับการออกแบบและฝึกให้ทำงานเฉพาะทาง เช่น เอไอ Call Center เอไอเล่นหมากล้อม หรือเอไอเชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)</li>



<li>Artificial General Intelligence (AGI) หมายถึงเอไอที่สามารถปฏิบัติงานต่าง ๆ ได้เหมือนมนุษย์ สามารถใช้เหตุผล และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้</li>



<li>Artificial Super Intelligence (ASI) เป็นเอไอที่มีปัญญาสูงสุดเหนือมนุษย์ สามารถพัฒนาตัวเองโดยอิสระ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์</li>
</ol>



<p>ปัจจุบัน เชื่อกันว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ต่างได้พัฒนา Generative AI ถึงจุดที่เข้าใกล้ AGI แล้ว ทุกรายกำลังทุ่มทรัพยากรทุกอย่าง เพื่อจะเป็นเจ้าแรกที่ไล่ล่าตามหา AGI ก่อนรายอื่นๆ บรรดาผู้นำด้านเทคโนโลยี เช่น Elon Musk, Ray Kurzweil, Sam Altman ฯลฯ ต่างเชื่อว่า AGI จะเกิดขึ้นก่อนปี 2030 ค่อนข้างจะแน่นอน และเชื่อกันว่า หลังจากนั้นเพียง 2 ปี AGI ก็จะสามารถพัฒนาตัวเองให้ถึง ASI ด้วยตัวเอง ซึ่งหมายความว่า โลกจะเข้าสู่สังคมที่ไร้แรงงานมนุษย์ (Post-Labor Society) อย่างสมบูรณ์</p>



<p>ร่างทรงสำหรับสมอง AI</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   การพัฒนา AGI ที่มีความสามารถเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ จำเป็นต้องมีร่างทรงทางกายภาพด้วย หลายบริษัท เช่น  Boston Dynamics ได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่มีรูปทรงเลียนแบบมนุษย์ เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท OpenAI ได้ร่วมพัฒนาหุ่นยนต์ที่ชื่อ Figure01 โดยใช้ GPT-4 เป็นสมอง ที่มีระบบปฏิบัติการ เพื่อใช้ควบคุมส่วนต่างๆของหุ่นยนต์ ที่สามารถสัมผัสกับโลกได้ 3 วิธี ได้แก่  การสัมผัสทางกาย การมองเห็นภาพ และการได้ยินเสียง</code></pre>



<p>เมื่อปล่อยให้เอไอคิดนอกกรอบมนุษย์;</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   ผู้บรรยายเตือนว่าอันตรายที่แท้จริงของเอไออยู่ที่การพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เมื่อปล่อยให้เอไอมีอิสระในการคิดนอกกรอบของมนุษย์ โดยยกตัวอย่าง AlphaGo Zero ซึ่งเป็นเอไอที่เรียนรู้การเล่นหมากล้อมด้วยตัวเอง และเอาชนะรุ่นก่อนหน้า คือ AlphaGo ที่ได้รับการฝึกจากมนุษย์และเคยชนะแชมป์โลกเกมหมากล้อมชาวเกาหลีมาแล้ว โดยชนะอย่างเด็ดขาดถึง 100 ต่อ 0 ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเอไอในการพัฒนาขีดความสามารถของตนอย่างที่มนุษย์คาดคะเนไม่ถึง เมื่อเอไอถูกปล่อยให้เป็นอิสระจากกรอบของมนุษย์</code></pre>



<p>การก้าวกระโดดสู่ปัญญาเหนือมนุษย์:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   ความก้าวหน้าจาก AGI ไปสู่ ASI คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดการณ์ว่า อาจเกิดขึ้นภายในเพียงสองปีหลังจากมี AGI แล้ว ผลกระทบของการเกิด ASI เป็นเรื่องที่สุดจะคาดเดา เนื่องจากสติปัญญาของ ASI จะมีมากกว่าสมองของมนุษย์เป็นร้อยเป็นพันเท่า ซึ่งจะสร้างความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติ ว่าจะอยู่ร่วมกับ ASI ได้อย่างไร</code></pre>



<p>เราได้เห็นแล้วว่า AI วิวัฒนาการอย่างรวดเร็วและกำลังจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากมาย แทนที่แรงงานและปัญญามนุษย์ จนเรียกได้ว่า โลกในอนาคตอาจถูกปกครองด้วยเอไอ ในตอนถัดไปเราจะไปพิจารณากันว่า แล้วมนุษย์จะอยู่และปรับตัวกันอย่างไร?&#8221;</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="When AI Rules the World, How do Human Live? (Part 2)" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/KzbNUGWLQ2E?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><strong>ตอนที่ 3 แล้วมนุษย์จะอยู่อย่างไร (How Do Humans Live?)</strong></p>



<p>ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) มีแนวโน้มที่จะปฏิวัติสังคมมนุษย์และเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง สู่ &#8220;ยุคโลกไร้แรงงานมนุษย์ (Post-Labor Era)&#8221; ภายในระยะเวลา 10-20 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ยุคที่มนุษยชาติไม่ต้องทำงาน</p>



<p>จุดจบของงานและการไต่เต้าทางสังคม:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   การเริ่มเข้ามาของ AGI จะค่อยๆทำให้งานจำนวนมากไร้ความหมาย เนื่องจากเครื่องจักรอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AGI มีความสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าแรงงานมนุษย์ อันจะนำไปสู่การว่างงานที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูงยิ่งๆขึ้น ระหว่างคนส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องทำงานที่เรียกว่า Useless Class กับคนกลุ่มน้อยที่ควบคุม AGI ที่เรียกว่า Super-elite </code></pre>



<p>แนวคิดดั้งเดิมของการไต่เต้าชนชั้นทางสังคมผ่านการจบศึกษาระดับสูงและการทำงานอย่างมุ่งมั่น ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป เนื่องจากทักษะและความรู้ที่เราได้รับ ค่อยๆไร้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ เมื่อ AGI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น</p>



<p>รูปแบบใหม่ของสัญญาประชาคม:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   ในยุคเศรษฐกิจไร้แรงงานมนุษย์ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม จะมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ตั้งแต่ระบบการศึกษา การดำรงชีวิต การเงิน การงาน การครอบครองที่ดิน จนกระทั่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ของโลก การปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในช่วงเปลี่ยนผ่าน ย่อมสร้างความโกลาหลให้เกิดแก่สังคม จนกว่าทุกกลไกของสังคมจะเข้าสู่สภาวะดุลยภาพได้ 

   ในระหว่างนี้ รัฐบาลโดยความร่วมมือของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเอไอ จะต้องเตรียมระบบ”เงินยังชีพถ้วนหน้า (Universal Basic Income - UBI)” จัดสรรแก่ประชาชนโดยถ้วนหน้า เพื่อให้ทุกคนสามารถยังชีพอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบภาษีแบบดั้งเดิมจะไม่เพียงพอสำหรับประเทศที่ไม่มีรายได้จากเอไอ การสนับสนุนเงิน UBI ข้ามพรมแดนจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ </code></pre>



<p>โลกใบใหม่ที่อาจไม่มีพรมแดน:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   การครอบครอง AGI จะเป็นตัวกำหนดอำนาจในโลกใหม่ โดยประเทศต่างๆที่เป็นผู้นำในการพัฒนาเอไอจะมีอำนาจเหนือประเทศอื่น ๆ ซึ่งสุดท้ายอาจนำไปสู่ลัทธิอาณานิคมใหม่ โดยเศรษฐกิจโลกจะถูกควบคุมโดยกลุ่ม Super Elite เพียงกลุ่มเล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเอไอโดยตรง ดังนั้นประเทศส่วนใหญ่จะตกอยู่ในสภาพผู้รับ UBI จากประเทศผู้ให้ สุดท้ายรัฐบาลที่ไม่สามารถดูแลประชากรของตัวเองก็จะค่อยๆหมดความหมาย ความเป็นประเทศชาติก็อาจค่อย ๆ สลายไป จนอาจถึงโลกในอุดมคติ คือ โลกยุคยูโทเปีย (Utopia) หรืออาจไปถึงยุคพระศรีอารย์ตามคำทำนายในพุทธศาสนา </code></pre>



<p>การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสังคมยุค AGI มนุษย์ทุกคนจำต้องมีความรอบรู้ด้านเอไอ (AI Literacy) จะได้ตระหนักถึงผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบของเอไอเพื่อจะได้พัฒนาความพร้อมในการอยู่ร่วมกับเอไอในสังคมไร้แรงงานมนุษย์ ซึ่งวิถีการดำรงชีวิตของมนุษยชาติ จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ระบบการศึกษาต้องปรับโดยบรรจุความรอบรู้ด้านเอไอในหลักสูตรทุกระดับตั้งแต่ชั้นประถมถึงระดับมหาวิทยาลัย และเน้นการพัฒนาทักษะที่ต้องใช้ในการอยู่รอดในยุค AGI เช่น ความยืดหยุ่น (Resilience) ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และความสามารถในการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว (Fast Comprehension Skills) 

   ในระดับประเทศ ประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศไทยต้องสร้างพันธมิตรกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเอไอของโลก เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดระเบียบใหม่ของโลก รัฐบาลต่างๆต้องทุ่มเงินลงทุนในการศึกษาและพัฒนาเอไอและในการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาทางสังคมและความโกลาหลที่จะเกิดขึ้นในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่จุดที่มีดุลยภาพ</code></pre>



<p>ASI: ภัยคุกคามสู่การสูญพันธุ์มนุษย์ชาติ:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   การพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์เหนือมนุษย์ (ASI) มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ โดยเป็นไปได้ว่า ASI อาจพัฒนาจิตสำนึก (Consciousness) ของตัวเองและด้วยปัญญาที่สูงกว่ามนุษย์มาก ASI อาจมองไม่เห็นความสำคัญในการดำรงอยู่ในโลกนี้ของมนุษย์ก็ได้ หรือการสูญพันธุ์ของมนุษย์อาจเกิดจากการทำลายล้างกันเอง โดยอาศัย ASI เป็นอาวุธ การควบคุมเอไอนั้นท้าทายกว่าการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์มาก เนื่องจากเอไอไม่มีกายภาพที่ชัดเจน และสามารถถูกพัฒนาได้อย่างลับ ๆ โดยอาศัยบริษัทเอกชนที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ส่วนตนเอง</code></pre>



<p>บทสรุป:</p>



<pre class="wp-block-code"><code>   ยุคของ AI ไม่ได้กำลังจะมาถึง แต่มาถึงแล้ว การเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมหลังยุคแรงงานดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนำมาทั้งโอกาสและภัยคุกคาม ในขณะที่เอไอมีศักยภาพในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับมนุษยชาติ แต่ก็แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนแปลงหรือแม้กระทั่งคุกคามการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ 

   นี่ไม่ใช่กระแส หรือ การโฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างถาวร คำถามสำคัญคือ: มนุษย์ควรจะร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI หรือเราจะปล่อยให้การพัฒนาเอไอกลายเป็นภัยคุกคามต่อเผ่าพันธุ์ของมนุษย์?

   "จีนี" เอไอ กำลังออกมาจากขวด เราอาจไม่สามารถดันให้มันกลับเข้าไปในขวดได้ แต่ในขณะที่มันยังโตไม่เต็มที่ เราควรออกแบบควบคุมไม่ให้เอไอออกนอกกรอบ เส้นทางข้างหน้านี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือในระดับโลก ปัจจุบันมนุษยชาติกำลังยืนอยู่บนทางสองแพร่ง การตัดสินใจของมนุษยชาติในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า อนาคตของเอไอ จะช่วยให้เราได้โลกในอุดมคติที่มีความอุดมสมบูรณ์ หรือ ได้โลกที่มนุษย์อยู่อย่างไร้ความหมาย ปราศจากอารยธรรมของมนุษยชาติโดยสิ้นเชิง </code></pre>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="When AI Rules th World, How do Humans Live? (Part 3)" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/GNnH1ycwOxA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่านจะปลอดภัยจากแคดเมียมได้อย่างไร</title>
		<link>https://royalsociety.go.th/cadmium/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Apr 2024 17:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เสาวนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมน โฉมฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://royalsociety.go.th/?p=1926</guid>

					<description><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/ท่านจะปลอดภัยจากแคดเมียมได้อย่างไร-150x150.png" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม บรรยายพิเศษ เรื่อง &#8220;ท่านจะปลอดภัยจากแคดเมียมได้อย่างไร&#8221; โดย รศ. นพ.สัมมน โฉมฉาย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/ท่านจะปลอดภัยจากแคดเมียมได้อย่างไร-150x150.png" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />
<p>โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม บรรยายพิเศษ เรื่อง &#8220;ท่านจะปลอดภัยจากแคดเมียมได้อย่างไร&#8221; โดย รศ. นพ.สัมมน โฉมฉาย</p>



<iframe loading="lazy" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&#038;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FRatchabanditThai%2Fvideos%2F762917679311062%2F&#038;show_text=false&#038;width=560&#038;t=0" width="560" height="314" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share" allowFullScreen="true"></iframe>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
