<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด &#8211; ราชบัณฑิตยสภา</title>
	<atom:link href="https://royalsociety.go.th/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%8C-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://royalsociety.go.th</link>
	<description>Royal Society of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 05 Jul 2024 16:37:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-GB</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2025/10/cropped-logo-rst-1-Grayscale-150x150.jpg</url>
	<title>มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด &#8211; ราชบัณฑิตยสภา</title>
	<link>https://royalsociety.go.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า</title>
		<link>https://royalsociety.go.th/24-6-67/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 16:40:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เสาวนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://royalsociety.go.th/?p=2015</guid>

					<description><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/Screenshot-2024-06-27-234601-150x150.png" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />การบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า โดย ศ. ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ภาคีสมาชิก สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการบรรยายได้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom และ Facebook Live สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น.-๑๒.๐๐ น. บทคัดย่อ ท่องเที่ยว : อานิสงส์ถ้วนหน้า นำเสนอในการประชุมภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ มิ่งสรรพ์&#160; ขาวสอาดภาคีราชบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง หลังจากโควิด ๑๙ สงบลงและเศรษฐกิจโลกเริ่มขยายตัว ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยก็กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยตัวเดียวที่ทำงานอยู่อย่างเข้มแข็ง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมแสดงอาการอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/06/Screenshot-2024-06-27-234601-150x150.png" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />
<p>การบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า</p>



<p>ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายให้ความรู้ในโครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคมครั้งที่ ๓ เรื่อง ท่องเที่ยวไทย : อานิสงส์ถ้วนหน้า โดย ศ. ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ภาคีสมาชิก สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการบรรยายได้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom และ Facebook Live สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น.-๑๒.๐๐ น.</p>



<iframe src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&#038;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FRatchabanditThai%2Fvideos%2F399523355797604%2F&#038;show_text=false&#038;width=560&#038;t=0" width="560" height="314" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share" allowFullScreen="true"></iframe>



<div data-wp-interactive="core/file" class="wp-block-file"><object data-wp-bind--hidden="!state.hasPdfPreview" hidden class="wp-block-file__embed" data="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/07/00004172.pdf" type="application/pdf" style="width:100%;height:600px" aria-label="Embed of 00004172."></object><a id="wp-block-file--media-5970fd51-3a62-4cac-8798-6b457b7151c7" href="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/07/00004172.pdf">00004172</a><a href="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2024/07/00004172.pdf" class="wp-block-file__button wp-element-button" download aria-describedby="wp-block-file--media-5970fd51-3a62-4cac-8798-6b457b7151c7">Download</a></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="has-text-align-center"><strong>บทคัดย่อ</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>ท่องเที่ยว : อานิสงส์ถ้วนหน้า</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>นำเสนอในการประชุมภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ครั้งที่ </strong>๓</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗</strong></p>



<p class="has-text-align-right">มิ่งสรรพ์&nbsp; ขาวสอาด<br>ภาคีราชบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์<br>สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง</p>



<p>หลังจากโควิด ๑๙ สงบลงและเศรษฐกิจโลกเริ่มขยายตัว ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยก็กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยตัวเดียวที่ทำงานอยู่อย่างเข้มแข็ง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมแสดงอาการอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ และภาคเกษตรก็ประสบกับภัยธรรมชาติ การศึกษาสถิติการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวพบว่า รายได้ของไทยฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในขณะที่ประเทศท่องเที่ยวหลักมีอัตราการฟื้นตัวอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๗๐ &#8211; ๘๐ ของผู้มาเยือนก่อนโควิด ๑๙ การระบาดนักท่องเที่ยวที่มาไทยในปี ๒๕๖๕ ก็ได้เพียง ๑ ใน ๔ ของจำนวนผู้มาเยือนก่อนหน้านั้น และในปี ๒๕๖๖ ซึ่งเครื่องยนต์ท่องเที่ยวในประเทศอื่นเดินเต็มที่แล้วผู้มาเยือนไทยก็ยังอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๗๐ ในปี ๒๕๖๕ &nbsp;</p>



<p>สาเหตุที่การท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวช้าส่วนหนึ่งเกิดจากการท่องเที่ยวของไทยการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน &nbsp;(leisure tourism) มากกว่าการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (business tourism) ซึ่งฟื้นตัวเร็วกว่าและนักท่องเที่ยวที่เป็นนักธุรกิจใช้เงินสำหรับเดินทางและท่องเที่ยวต่อหัวสูงกว่ามาก เพราะเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท อีกทั้งต่างชาติก็ได้ดำเนินการถอนการลงทุนในเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไทยประมาณร้อยละ ๕๐ เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งเมื่อมาเที่ยวซ้ำซึ่งการใช้จ่ายมักจะต่ำกว่าการมาเที่ยวครั้งแรก เพราะมีประสบการณ์ในการเดินทางมาประเทศไทยแล้ว อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวไทยก็เป็นสิ่งดึงดูดใจประเภทกระจุ๋มกระจิ๋มไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอัศจรรย์บรรลือโลก (world wonders) ประเทศไทยจึงเป็นจุดเชื่อม (connecting hub) ไปสู่แรงดึงดูดใจระดับโลก เช่น นครวัดนครธม ของกัมพูชา หรือเมืองพุกามในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งก็หมายความว่าจำนวนวันพักจะในประเทศไม่สูงนัก</p>



<p>หลังจากโควิด ๑๙ สงบลงพบว่า ลำดับที่ของไทยในโลกที่ประกาศโดย WEF ลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีย่อยและตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐ เช่น หลักนิติธรรม ความเชื่อมั่นต่อตำรวจ มลพิษและสิ่งแวดล้อมมีลำดับต่ำมาก อีกทั้งการลงทุนต่อหัวในภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวก็ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ รอบข้าง โดยเฉพาะอินโดนีเซียซึ่งลำดับเคยอยู่ข้างหลังเราบัดนี้ก็ได้แซงหน้าไปแล้ว การท่องเที่ยวไทยที่ดูเผิน ๆ ว่าเหมือนจะเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ดีกลับมีสนิมในโครงสร้างที่สร้างความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจท่องเที่ยวในระยะยาว สาเหตุก็เนื่องมาจากนโยบายท่องเที่ยวของไทยที่มุ่งกระตุ้นดีมานด์ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและในประเทศเป็นส่วนใหญ่ &nbsp;ละเลยการพัฒนาคุณภาพของซัพพลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เข้าใจว่าการท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่มีองค์ประกอบของสินค้าสาธารณะซึ่งรัฐต้องเป็นผู้จัดการ เมื่อการจัดการสินค้าสาธารณะมีคุณภาพต่ำลง สินค้าท่องเที่ยวโดยรวมก็มีคุณภาพต่ำลงด้วย ดังที่ปรากฏแก่สายตาโลกผ่านตัวชี้วัดที่กล่าวมาแล้ว ดังนั้น นโยบายการท่องเที่ยวจึงไม่ใช่แค่การตลาดเพื่อกระตุ้นดีมานด์ แต่ต้องปฏิรูปราชการทั้งระบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบยุติธรรม อีกทั้งการโปรโมทเมืองหลักเมืองรองก็ต้องเป็นไปในทำนองเดียวกัน ต้องใช้นโยบายท่องเที่ยวให้เหมาะสมโดยให้เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวหนาแน่นและกระตุ้นด้านปริมาณหรือดีมานด์เฉพาะในจังหวัดที่ยังมีกำลังรองรับเหลือเฟือจึงจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทย การปล่อยให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยไม่ดูความสามารถในการรับการรองรับจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม จนในที่สุดแล้วเราก็อาจจะไม่สามารถรักษามรดกของชาติและส่งต่อไปยังลูกหลานได้ในระดับคุณภาพเดียวกับที่เราเคยได้รับมา ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืน</p>



<p>นอกจากนี้การท่องเที่ยวไทยยังมีจุดอ่อนที่สำคัญคือ มีความเหลื่อมล้ำสูง สร้างอานิสงส์ไม่ถ้วนหน้า เป็นที่รู้กันว่าเฉพาะ กทม. ในปี ๒๕๖๖ ก็มีรายได้จากการท่องเที่ยวไปถึงร้อยละ ๓๔ แล้วถ้าบวกอีก ๕ จังหวัดถัดมาก็จะมีเพียง ๖ จังหวัดในประเทศไทยเท่านั้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวถึงร้อยละ ๗๔ และเมื่อบวกไปอีก ๔ จังหวัดหมายความว่า จะมี ๑๐ จังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึงกว่าร้อยละ ๘๐ ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศ ค่าจินี่ที่วัดความเหลื่อมล้ำของรายได้จากการท่องเที่ยวในระดับจังหวัดจากค่ารายได้จากการท่องเที่ยวก็สูงมาก งานวิจัยในอดีตเคยระบุจะเสนอว่าต่อทุก ๆ บาทของรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ครัวเรือนยากจนจะมีส่วนได้เพียง ๓ สตางค์ในขณะที่ครัวเรือนที่รวยที่สุดจะได้ถึง ๓๙ สตางค์</p>



<p>นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทยยังมีความท้าทายอื่น ๆ คือ เราพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศค่อนข้างสูง ในปี ๒๕๖๒ ถ้าไม่นับประเทศประเภทเกาะแล้วเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยเทียบกับประเทศท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น สเปน ฝรั่งเศส ตุรกี พบว่า ไทยพึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงที่สุดในโลก และแนวโน้มนี้ยังคงไม่หมดไปเพราะยังพึ่งพิงนักท่องเที่ยวจีนอยู่ในลำดับสูง ในระดับจังหวัดก็เช่นเดียวกันมีหลาย ๆ จังหวัดโดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันซึ่งมีการพึ่งพิงเศรษฐกิจท่องเที่ยวสูงมาก จนทำให้ฐานเศรษฐกิจแคบกลายเป็นเศรษฐกิจเสาเดี่ยวหรือเศรษฐกิจแบบศาลพระภูมิที่มีความเปราะบางและมีความเสี่ยงสูง</p>



<p>&nbsp;อีกทั้งการจัดการการท่องเที่ยวของภาคเอกชนก็ยังเป็นการจัดการท่องเที่ยวแบบมวลชนในขณะที่ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างไปจากเดิม ความต้องการใช้บริการบริษัททัวร์ที่เสนอแพ็คเกจมาตรฐานน้อยลง แสวงหาประสบการณ์เฉพาะกลุ่ม เฉพาะตัว และมีจิตสำนึกรักษาโลกมากขึ้น ทั้งหมดนี้หมายความว่าภาคท่องเที่ยวของไทยต้องการตลาดแบบยุคใหม่ สร้างแพลตฟอร์มให้แต่ละกลุ่มซึ่งมีบุคลักษณ์ต่างกันเพื่อให้สามารถผสมแพ็คเกจของตนเองจากกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่หลากหลาย</p>



<p>โลกท่องเที่ยวในอนาคตเป็นโลกของเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจไร้เงินสด เศรษฐกิจไร้สัมผัส เศรษฐกิจของความน่าเชื่อ และเศรษฐกิจแบ่งปัน ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิด วิธีนำเสนอ การวิจัยและพัฒนาตลอดจนนโยบายสาธารณะ</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวก็ต้องเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวที่มองแค่ ๒ มิติคือเส้นทางท่องเที่ยวจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งเป็นระนาบ เช่น มองเมืองท่องเที่ยว และอีโคซิสเต็มส์ของจุดหมายปลายทาง จะต้องเปลี่ยนมุมมองท่องเที่ยวให้เป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่ใช้ข้อมูล เกิดดิจิทัลภิวัตน์ในทุกส่วนของห่วงโซ่มูลค่าและเส้นทางของผู้บริโภค ใช้ทรัพยากรท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และใช้ ซอฟพาวเวอร์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เช่นนี้แล้วเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยถึงจะยั่งยืนและสามารถกระจายอานิสงส์ได้ถ้วนหน้า</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
