<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แซ่ด &#8211; ราชบัณฑิตยสภา</title>
	<atom:link href="https://royalsociety.go.th/tag/%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://royalsociety.go.th</link>
	<description>Royal Society of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Sat, 31 Dec 2022 12:14:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-GB</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2025/10/cropped-logo-rst-1-Grayscale-150x150.jpg</url>
	<title>แซ่ด &#8211; ราชบัณฑิตยสภา</title>
	<link>https://royalsociety.go.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การใช้รูปวรรณยุกต์เอกในคำ แซ่บ กับ แซ่ด</title>
		<link>https://royalsociety.go.th/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ผู้ดูแลระบบ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2020 10:35:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แถลงข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยา กาญจนะวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณยุกต์]]></category>
		<category><![CDATA[แซ่ด]]></category>
		<category><![CDATA[แซ่บ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://royalsociety.go.th/?p=1491</guid>

					<description><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/พจนานุกรม-1400x800-1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />นิตยา กาญจนะวรรณราชบัณฑิต ประเภทวิชาวรรณศิลป์ สาขาวิชาภาษาไทยสำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสภา อักขรวิธีไทยกำหนดไว้ว่า ถ้าพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำมีสระเสียงยาว และตัวสะกดเป็นคำตาย จะเป็นเสียงโทได้ทันทีโดยไม่ต้องมีรูปวรรณยุกต์กำกับ เช่น งาก แต่ถ้าเป็นสระสั้น ต้องใช้รูปวรรณยุกต์เอกกำกับ เพื่อให้เป็นเสียงโท เช่น งั่ก หลักเกณฑ์นี้ปรากฏอยู่ในตำราภาษาไทยหลายเล่มนับแต่ พ.ศ. ๒๔๖๑ เป็นต้นมา เช่น หลักภาษาไทย ของ พระยาอุปกิตศิลปสาร มีตัวอย่างคือคำว่า คั่ก (พระยาอุปกิตศิลปสาร, ๒๕๓๓ : ๑๕) ลักษณะภาษาไทย ของ ศาสตราจารย์ ดร.คุณบรรจบ พันธุเมธา มีตัวอย่างคือคำว่า งั่ก (บรรจบ พันธุเมธา, ๒๕๕๙ : ๓๖) บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม ๑ ของ กระทรวงศึกษาธิการ มีตัวอย่างคือคำว่า คึ่ก (สถาบันภาษาไทย, ๒๕๔๕ : ๘๒) คำว่า แซ่บ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<img width="150" height="150" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/พจนานุกรม-1400x800-1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail wp-post-image" alt="" decoding="async" />
<p class="has-text-align-right">นิตยา กาญจนะวรรณ<br>ราชบัณฑิต ประเภทวิชาวรรณศิลป์ สาขาวิชาภาษาไทย<br>สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสภา</p>



<p>อักขรวิธีไทยกำหนดไว้ว่า ถ้าพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำมีสระเสียงยาว และตัวสะกดเป็นคำตาย จะเป็นเสียงโทได้ทันทีโดยไม่ต้องมีรูปวรรณยุกต์กำกับ เช่น <strong>งาก </strong>แต่ถ้าเป็นสระสั้น ต้องใช้รูปวรรณยุกต์เอกกำกับ เพื่อให้เป็นเสียงโท เช่น งั่ก</p>



<p>หลักเกณฑ์นี้ปรากฏอยู่ในตำราภาษาไทยหลายเล่มนับแต่ พ.ศ. ๒๔๖๑ เป็นต้นมา เช่น <strong>หลักภาษาไทย </strong>ของ <strong>พระยาอุปกิตศิลปสาร</strong> มีตัวอย่างคือคำว่า <strong>คั่ก </strong>(พระยาอุปกิตศิลปสาร, ๒๕๓๓ : ๑๕) <strong>ลักษณะภาษาไทย </strong>ของ <strong>ศาสตราจารย์ ดร.คุณบรรจบ พันธุเมธา</strong> มีตัวอย่างคือคำว่า <strong>งั่ก </strong>(บรรจบ พันธุเมธา, ๒๕๕๙ : ๓๖) บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม ๑ ของ กระทรวงศึกษาธิการ มีตัวอย่างคือคำว่า <strong>คึ่ก </strong>(สถาบันภาษาไทย, ๒๕๔๕ : ๘๒)</p>



<p>คำว่า <strong>แซ่บ </strong>ระบุไว้ใน <strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ </strong>ว่า </p>



<p>แซ่บ (ถิ่น-อีสาน) ว. อร่อย.</p>



<p>คำนี้ภาษาไทยมาตรฐานซึ่งมีที่มาจากภาษาถิ่นออกเสียงสั้น (เปรียบเทียบกับเสียงยาวในคำว่า <strong>แสบ</strong>) แสดงว่า คำนี้มาจาก ซ + สระแอะ + บ ไม่ใช่ ซ + สระแอ + บ จึงใส่รูปวรรณยุกต์เอกได้เช่นเดียวกับที่ ค + สระอะ + ก กลายเป็น <strong>คั่ก </strong>ง + สระอะ + ก กลายเป็น <strong>งั่ก </strong>และ ค + สระอึ + กลายเป็น <strong>คึ่ก</strong></p>



<p>ในอักขรวิธีไทยมีการเปลี่ยนรูปเพื่อแสดงเสียงสั้นยาวอยู่หลายคู่ เช่น </p>



<ul class="wp-block-list"><li>ก+อา+น=กาน ก+อะ+ น=กัน (เปลี่ยนอะเป็นไม้หันอากาศ)</li><li>ปร+ เอ+ต=เปรต ป+ อะ+ด=เป็ด (เปลี่ยนเอะเป็นเ+ไม้ไต่คู้)</li><li>ท+แอ+ก=แทก ท+แอะ+ก=แท็ก (เปลี่ยนแอะเป็นแ+ไม้ไต่คู้)</li><li>ก + โอ + น=โกน ก + โอะ + น =กน (สระโอะหายไป กลายเป็นสระโอะลดรูป)</li></ul>



<p>สระที่ไม่มีการเปลี่ยนรูปเพื่อแสดงเสียงสั้นยาวก็มีอยู่มาก เจ้าของภาษาเท่านั้นที่จะรู้ว่า คำใดออกเสียงสั้น คำใดออกเสียงยาว เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ก+เอ+ง=เก้ง (เสียงยาว) ก+เอะ+ง=เก่ง (เสียงสั้น)</li><li>ด + เออ + น = เดิน (เสียงยาว) ง + เออะ + น = เงิน (เสียงสั้น)</li><li>จ + ออ + = จอ (เสียงยาว) จ + เอาะ + = จ้อ (เสียงสั้น)</li></ul>



<p>คำประเภทนี้เคยมีรูปไม้ไต่คู้กำกับเพื่อบอกเสียงสั้น ดังตัวอย่างที่ปรากฏในพจนานุกรม <strong>สัพะ พะจะ นะ พาสาไท</strong> ตำรา<strong> แบบเรียนเร็ว </strong>และ<strong> พจนานุกรม (ร.ศ. ๑๒๐)</strong></p>



<p>พจนานุกรม<strong> สัพะ พะจะนะ พาสาไท</strong> (ปัลเลอกัวซ์, ๒๕๔๒ : ๒๖๐) มีคำว่า <strong>เก่ง </strong>ซึ่งมี เครื่องหมายไม้ไต่คู้กำกับเพื่อแสดงเสียงสั้น เปรียบเทียบกับคำว่า <strong>เก้ง </strong>ซึ่งเป็นเสียงยาว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="899" height="358" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image.png" alt="" class="wp-image-1508" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image.png 899w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image-300x119.png 300w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image-768x306.png 768w" sizes="(max-width: 899px) 100vw, 899px" /><figcaption><strong>สัพะ พะจะนะ พาสาไท</strong></figcaption></figure>



<p>ตำรา <strong>แบบเรียนเร็ว</strong> ฉบับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เขียนคำว่า <strong>เดิน </strong>เป็น <strong>เดีน </strong>และเขียนคำว่า<strong>เงิน </strong>เป็น <strong>เงีน </strong>โดยมีเครื่องหมายไม้ไต่คู้กำกับให้รู้ว่าเป็นเสียงสั้น</p>



<p>พ<strong>จนานุกรม (ร.ศ. ๑๒๐) ฉบับกรมศึกษาธิการ</strong> เขียนคำว่า <strong>จ่อนจ่อ </strong>กับ <strong>จ้อน </strong>โดยมีเครื่องหมายไม้ไต่คู้กำกับเพื่อแสดงเสียงสั้น (กรมวิชาการ, ๒๕๔๑ : ๘๘)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image-1.png" alt="" class="wp-image-1509" width="314" height="401" srcset="https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image-1.png 532w, https://royalsociety.go.th/wp-content/uploads/2020/05/image-1-235x300.png 235w" sizes="(max-width: 314px) 100vw, 314px" /><figcaption><strong>พจนานุกรม (ร.ศ. ๑๒๐)</strong></figcaption></figure></div>



<p>คำเหล่านี้ในสมัยต่อมาได้ตัดเครื่องหมายไม้ไต่คู้ออกไป รูปการเขียนจึงไม่สามารถแสดงความแตกต่างระหว่างเสียงสั้นกับเสียงยาวได้ แต่เจ้าของภาษาจะรู้ได้เพราะเคยได้ยินสืบเนื่องกันมา<br>ส่วนคำบางคำมีเครื่องหมายไม้ไต่คู้เข้ามาช่วยบอกเสียงสั้นโดยตรง เช่น</p>



<p>ล + สระออ + ก = ลอก (เสียงยาว)<br>ล + สระออ + ก = ล็อก (เสียงสั้น)</p>



<p>คำอื่น ๆ ในทำนองนี้ยังมีอีกหลายคำเช่น<br><strong>ง่อกแง่ก แซ่ด ม่อล่อกม่อแล่ก ล่อกแล่ก เลิ่กลั่ก ว่อกแว่ก</strong></p>



<p>เมื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลงของรูปการเขียนที่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ตั้งแต่ ฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๓ จนถึง ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๔ จะเป็นดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓</strong> เก็บคำไว้ว่า<br>งอกแงก แซด แซบ ม่อลอกม่อแลก ล่อกแล่ก วอกแวก</li><li><strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕</strong> เก็บคำไว้ว่า<br>งอกแงก แซด แซบ ม่อลอกม่อแลก ลอกแลก เลิ่กลั่ก วอกแวก</li><li><strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒</strong> เก็บคำไว้ว่า<br>ง่อกแง่ก แซด แซบ ม่อลอกม่อแลก ลอกแลก เลิ่กลั่ก วอกแวก<br><strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔</strong> เก็บคาไว้ว่า<br>ง่อกแง่ก แซ่ด แซ่บ ม่อล่อกม่อแล่ก ล่อกแล่ก เลิ่กลั่ก ว่อกแว่ก</li></ul>



<p>จะเห็นได้ว่า <strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓</strong> เก็บคำว่า <strong>ล่อกแล่ก </strong>ซึ่งมีรูปวรรณยุกต์เอกไว้แล้ว ส่วนคำว่า <strong>เลิ่กลั่ก </strong>ยังไม่ได้เก็บไว้ <strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕</strong> ถอดรูปวรรณยุกต์เอกออกจากคำว่า <strong>ลอกแลก </strong>และเพิ่มคำว่า <strong>เลิ่กลั่ก </strong>เข้ามา <strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒</strong> เพิ่มรูปวรรณยุกต์เอกลงในคำว่า <strong>ง่อกแง่ก </strong>และในท้ายที่สุด <strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔</strong> ก็เก็บคำตามอักขรวิธีไทยที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น โดยเพิ่มรูปวรรณยุกต์เอกลงในคำว่า <strong>แซ่ด แซ่บ ม่อล่อกม่อแล่ก ล่อกแล่ก</strong> และ <strong>ว่อกแว่ก </strong>เพราะคำเหล่านี้ล้วนแต่ออกเสียงสั้น และสามารถเขียนได้ตามอักขรวิธีไทย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์นี้มิได้ใช้กับคำทับศัพท์ ซึ่งราชบัณฑิตยสภายึดถือตามที่ <strong>พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์</strong> ทรงเสนอในที่ประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๐๕ เรื่องการเขียน ภาษาไทยทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ว่า “…การเขียนคำในภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษออกเสียงไม่แน่นอน จะออกเสียงอย่างไรย่อมแล้วแต่ประโยค เสียงจะสูงต่ำก็แล้วแต่ตำแหน่งของคำใน ประโยค จึงไม่ควรใช้วรรณยุกต์กำกับ” (พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์, ๒๕๓๔ : ๑๕)</p>



<p>ส่วนคำที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น <strong>เริ่ด แร่ด หล่ะ แหล่ะ อ่ะ ป่ะ ห่ะ</strong> นั้น มีที่เขียนถูกต้องตามอักขรวิธี เพียง ๒ คำ คือ <strong>เริ่ด </strong>กับ <strong>แร่ด </strong>คำว่า <strong>เริ่ด </strong>ที่หมายถึง “สวยหรูและดูเด่นเลอเลิศ มักมีลักษณะเกิน พอดี” ไม่ออกเสียงยาวเหมือนกับคำว่า <strong>เลิศ </strong>ส่วน <strong>แร่ด </strong>ที่หมายถึง “ประพฤติตัวประเจิดประเจ้อและ เหลวแหลกในทางชู้สาว” ก็ไม่ได้ออกเสียงยาวเหมือนกับคำว่า <strong>แรด </strong>ที่เป็นชื่อสัตว์ จึงน่าจะเป็นคนละคำกัน คำอย่าง <strong>เริ่ด </strong>และ <strong>แร่ด </strong>อาจจะเก็บไว้ใน <strong>พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสภา</strong> ต่อไปในอนาคต ในฐานะภาษาปาก แต่คำอย่าง <strong>หล่ะ แหล่ะ อ่ะ ป่ะ ห่ะ </strong>คงไม่เก็บเพราะไม่เป็นไปตามอักขรวิธีไทยปัจจุบัน</p>



<p class="has-text-align-center">บรรณานุกรม</p>



<ul class="wp-block-list"><li>กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๑. <strong>พจนานุกรม (ร.ศ. ๑๒๐) ฉบับกรมศึกษาธิการ</strong> กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา.</li><li>ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ๒๕๔๒. <strong>แบบเรียนเร็ว เล่ม ๑, ๒, ๓</strong> กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.</li><li>นราธิปพงศ์ประพันธ์, พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่น. ๒๕๓๔. <strong>พระอัจฉริยลักษณ์ด้าน ภาษาศาสต</strong>ร์ กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.</li><li>บรรจบพันธุเมธา.๒๕๕๙ <strong>ลักษณะภาษาไทย</strong>.พิมพ์ครั้งที่๒๒.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง .</li><li>ปัลเลอกัวซ์ (Pallegoix). ๒๕๔๒. <strong>สัพะ พะจะนะ พาสาไท</strong>. สถาบันภาษาไทย กรมวิชาการ กระ ทรวงศึกษาธิการ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ.</li><li>ราชบัณฑิตยสถาน. ๒๔๙๓. <strong>พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓</strong>. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : บริษัท คณะช่าง จากัด.</li><li>ราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๓๙.<strong> พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕</strong>. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.</li><li>ราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๔๖. <strong>พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒</strong>. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์.</li><li>ราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๕๖. <strong>พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔</strong>. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.</li><li>สถาบันภาษาไทย. ๒๕๔๕. <strong>บรรทัดฐานภาษาไทย</strong> เล่ม ๑. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : สถาบัน ภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.</li><li>อุปกิตศิลปสาร, พระยา. ๒๕๓๓.<strong> หลักภาษาไทย</strong>. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.</li></ul>



<figure><iframe loading="lazy" src="https://drive.google.com/file/d/1gG4n5rc7ZufW5J1tOhDraMZomaZZmRFq/preview" width="640" height="480"></iframe></figure>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
